Techerest

Cisco Network Monitoring & Observability: SNMPv3, Syslog และ NetFlow

Networking / Cisco / Network Operations

Cisco Network Monitoring & Observability: SNMPv3, Syslog, NetFlow, Telemetry และ Performance Dashboard

เครือข่ายที่ทำงานได้ในขณะนี้ไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายจะมีความพร้อมใช้งานตลอดไป การเฝ้าระวังที่ดีต้องตอบได้ว่า อุปกรณ์ใดผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อใด ส่งผลกระทบต่อบริการอะไร และควรดำเนินการอย่างไร บทความนี้นำเสนอแนวทางสร้างระบบ Network Monitoring สำหรับ Cisco Switch และ Router ตั้งแต่การเก็บข้อมูลจนถึงการรับมือเหตุการณ์จริง

ขอบเขต: Cisco IOS/IOS XE เป็นตัวอย่างหลัก คำสั่งและความสามารถด้าน NetFlow, Telemetry หรือ SNMP อาจแตกต่างกันตามรุ่นอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และ License ต้องตรวจสอบเอกสารรุ่นที่ใช้งานก่อนนำไปใช้จริง

1. Network Monitoring และ Observability ต่างกันอย่างไร?

Monitoring คือการติดตามค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น Interface Up/Down, CPU, Memory และ Packet Loss ส่วน Observability คือความสามารถในการวิเคราะห์สถานะภายในระบบจากข้อมูลหลายแหล่ง เพื่ออธิบายสาเหตุของปัญหาที่ไม่คาดคิด

องค์ประกอบหลักของ Observability

  • Metrics: ค่าเชิงตัวเลขตามเวลา เช่น Interface Utilization, Errors, CPU
  • Logs: เหตุการณ์จากอุปกรณ์ เช่น Link Down, Authentication Failure, Routing Neighbor Down
  • Flows: ข้อมูลสรุปการสื่อสารระหว่างต้นทางและปลายทาง เช่น IP, Port, Protocol, Bytes
  • Topology และ Configuration Context: ข้อมูลการเชื่อมต่อและประวัติการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยอธิบายผลกระทบ

ตัวอย่าง: ผู้ใช้แจ้งว่าแอปพลิเคชันช้า Monitoring พบ Uplink ใช้งานสูง แต่ Observability จะเชื่อมโยง Interface Metrics, NetFlow, Syslog และ Change Log เพื่อระบุว่า Traffic เพิ่มจากระบบใด และเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดหรือไม่

2. ออกแบบสถาปัตยกรรม Network Monitoring

                 Enterprise Network
         +-------------------------------+
         | Cisco Core / Distribution     |
         | Cisco Access Switches         |
         | Cisco WAN Routers             |
         +-------------------------------+
              |        |         |
           SNMPv3    Syslog    NetFlow / Telemetry
              |        |         |
              v        v         v
         +-------------------------------+
         | Monitoring / Collector Zone   |
         | Metrics + Logs + Flow Data    |
         +-------------------------------+
                        |
                        v
         +-------------------------------+
         | Dashboard / Alerts / Reports  |
         | Incident Ticket / Runbook     |
         +-------------------------------+

แยก Management Plane ออกจาก User Traffic

ควรใช้ Management VLAN หรือ Out-of-Band Network เมื่อเหมาะสม และกำหนด ACL ให้ Collector เข้าถึงเฉพาะพอร์ตที่จำเป็น หลีกเลี่ยงการเปิด SNMP, Syslog Receiver หรือ Telemetry Endpoint ให้เครือข่ายภายนอกเข้าถึงโดยตรง

ตัวอย่าง IP Plan สำหรับ Lab

อุปกรณ์Management IPบทบาท
CORE-SW01192.168.99.11Core Switch
ACC-SW01192.168.99.21Access Switch
WAN-R01192.168.99.31WAN Router
MON-SRV01192.168.99.100Monitoring / Syslog / Flow Collector

หมายเหตุ: ชุด IP นี้เป็นตัวอย่างสำหรับห้อง Lab เท่านั้น ไม่ใช่ค่าที่ต้องใช้ในเครือข่ายจริง

3. Metrics และ KPI ที่ Network Engineer ควรติดตาม

หมวดตัวชี้วัดเหตุผล
AvailabilityDevice Reachability, Interface State, Uptimeระบุอุปกรณ์หรือเส้นทางที่หยุดให้บริการ
PerformanceBandwidth, Utilization, Latency, Jitter, Packet Lossวัดคุณภาพการสื่อสาร
Interface HealthCRC, Input Errors, Discards, Duplex/Speedตรวจจับปัญหาสายสัญญาณและ Congestion
Device ResourcesCPU, Memory, Temperature, Power Supplyติดตามความพร้อมของอุปกรณ์
Control PlaneOSPF/BGP Neighbor, HSRP State, STP Changesตรวจจับความไม่เสถียรของเส้นทาง
SecurityFailed Login, Configuration Change, Unexpected Flowsช่วยตรวจสอบเหตุผิดปกติ

คำนวณ Interface Utilization

Utilization (%) = (Traffic bits per second ÷ Interface Speed bits per second) × 100

ตัวอย่าง Uplink 1 Gbps มีอัตรารับข้อมูลเฉลี่ย 700 Mbps จะมี Inbound Utilization ประมาณ 70% แต่ต้องพิจารณา Peak, Burst, Discards และช่วงเวลาที่ใช้เก็บข้อมูลร่วมด้วย ไม่ควรตัดสินจากค่าเฉลี่ยเพียงค่าเดียว

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ Counter

สำหรับลิงก์ความเร็วสูงควรใช้ 64-bit Interface Counters (ifHCInOctets / ifHCOutOctets) และคำนวณส่วนต่างของ Counter ตามเวลา รวมถึงจัดการ Counter Wrap หรือ Counter Reset หลัง Reboot

4. SNMPv3: เก็บ Metrics จาก Cisco อย่างปลอดภัย

SNMPv3 รองรับ Authentication และ Privacy โดยควรเลือก Security Level แบบ authPriv เพื่อป้องกันการอ่านข้อมูลระหว่างทางได้ดีกว่า SNMPv2c ที่อาศัย Community String

ตัวอย่าง Cisco IOS Lab Configuration

configure terminal
!
ip access-list standard SNMP-MANAGERS
 permit 192.168.99.100
 deny any
!
snmp-server view MONITOR-VIEW iso included
snmp-server group MONITOR-GRP v3 priv read MONITOR-VIEW access SNMP-MANAGERS
snmp-server user monuser MONITOR-GRP v3 auth sha AUTH_PASSWORD priv aes 128 PRIV_PASSWORD
end

สำคัญ: AUTH_PASSWORD และ PRIV_PASSWORD เป็น Placeholder ต้องเปลี่ยนเป็นค่าที่รัดกุมและจัดเก็บใน Secret Manager ตามนโยบายองค์กร ควรจำกัด SNMP View ให้แคบกว่าตัวอย่าง iso ในระบบ Production และตรวจสอบชุด Algorithm ที่รุ่นอุปกรณ์รองรับ

ตรวจสอบการตั้งค่า

show snmp user
show snmp group
show access-lists SNMP-MANAGERS
show snmp

บนเครื่อง Collector สามารถทดสอบด้วยเครื่องมือที่รองรับ SNMPv3 เช่น snmpwalk โดยระบุ Authentication และ Encryption ที่ตรงกับ Cisco Device หลีกเลี่ยงการบันทึกรหัสผ่านไว้ใน Shell History หรือไฟล์สคริปต์ที่เปิดเผย

SNMP Polling กับ SNMP Trap

Polling เป็นการสอบถามค่าเป็นรอบ เช่น ทุก 1–5 นาที ส่วน Trap เป็นข้อความเหตุการณ์ที่อุปกรณ์ส่งออกเมื่อมีเงื่อนไขเกิดขึ้น Trap อาจสูญหายได้ จึงไม่ควรใช้แทน Polling ทั้งหมด

5. Syslog: เก็บเหตุการณ์จาก Cisco แบบรวมศูนย์

Syslog ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ เช่น Interface Down, Configuration Change, Routing Adjacency Change และ Authentication Failure โดยควรส่งไปยัง Server ที่จัดเก็บและค้นหาเหตุการณ์ย้อนหลังได้

ตัวอย่าง Syslog Configuration

configure terminal
service timestamps log datetime msec localtime show-timezone
logging origin-id hostname
logging host 192.168.99.100
logging trap informational
logging buffered 16384 informational
end

หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้ใช้การส่ง Syslog แบบพื้นฐาน ซึ่งอาจเป็น UDP ที่ไม่ได้เข้ารหัส การใช้ TLS หรือวิธีส่ง Log อย่างปลอดภัยขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์และ Collector ควรตรวจสอบคู่มือรุ่นที่ใช้งาน

คำสั่งตรวจสอบ

show logging
show clock detail
show ntp associations

เหตุใด NTP จึงสำคัญ?

ถ้าเวลาอุปกรณ์ไม่ตรงกัน การเชื่อมโยงเหตุการณ์ระหว่าง Switch, Router, Firewall และ Server อาจคลาดเคลื่อน จึงควรกำหนด NTP และ Time Zone อย่างสม่ำเสมอ พร้อมจัดเก็บเวลาแบบ UTC ในระบบวิเคราะห์เมื่อเหมาะสม

6. NetFlow และ IPFIX: วิเคราะห์ว่าใครใช้ Bandwidth

NetFlow และ IPFIX ใช้ข้อมูลสรุปการไหลของ Traffic เช่น Source IP, Destination IP, Port, Protocol, Bytes และ Packets ช่วยตอบคำถามว่าใครใช้ Bandwidth มากที่สุด แต่ไม่ใช่การบันทึก Payload ทั้งหมดเหมือน Full Packet Capture

ตัวอย่าง Flexible NetFlow บน Cisco IOS XE ที่รองรับ

configure terminal
flow record MON-RECORD
 match ipv4 source address
 match ipv4 destination address
 match transport source-port
 match transport destination-port
 match ip protocol
 collect counter bytes long
 collect counter packets long
!
flow exporter MON-EXPORTER
 destination 192.168.99.100
 transport udp 2055
 export-protocol netflow-v9
!
flow monitor MON-MONITOR
 record MON-RECORD
 exporter MON-EXPORTER
!
interface GigabitEthernet0/0/1
 ip flow monitor MON-MONITOR input
end

ข้อจำกัด: ตัวอย่างนี้เป็นแนวทางสำหรับ Platform ที่รองรับ Flexible NetFlow เท่านั้น ชื่อ Interface, Syntax, ความสามารถด้าน Hardware และการรองรับ IPv4/IPv6 ต้องตรวจสอบก่อนใช้งานจริง และต้องกำหนด Collector ให้รับ NetFlow v9 ที่ UDP Port 2055 ตามตัวอย่าง

ตรวจสอบการส่ง Flow

show flow monitor MON-MONITOR cache
show flow exporter MON-EXPORTER
show flow interface

ใช้ NetFlow ตรวจจับอะไรได้บ้าง?

  • Top Talkers ที่ใช้ Bandwidth สูงผิดปกติ
  • การเชื่อมต่อไปยังปลายทางที่ไม่คุ้นเคย
  • Traffic เพิ่มขึ้นหลัง Deploy Application
  • การกระจายตัวของ Traffic ระหว่าง WAN และ Branch

Flow Data อาจมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน จึงต้องกำหนดสิทธิ์เข้าถึงและระยะเวลาเก็บข้อมูลตามนโยบายองค์กร

7. Streaming Telemetry: เก็บข้อมูลแบบต่อเนื่อง

Model-Driven Telemetry ใช้โมเดลข้อมูล เช่น YANG เพื่อส่งสถานะจากอุปกรณ์ไปยัง Collector อย่างต่อเนื่องหรือตามการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับ Subscription Mode และ Platform

Polling เทียบกับ Streaming Telemetry

ประเด็นSNMP PollingStreaming Telemetry
รูปแบบCollector สอบถามตามรอบอุปกรณ์ส่งข้อมูลตาม Subscription
ความถี่ขึ้นอยู่กับ Poll Intervalอาจรองรับการส่งที่ละเอียดกว่า
โครงสร้างข้อมูลMIB / OIDStructured Data / YANG Model
ความพร้อมใช้งานแพร่หลายในหลายรุ่นขึ้นอยู่กับรุ่นและ Software

แนวทางนำไปใช้

  1. ตรวจสอบรุ่น Cisco IOS XE และ YANG Model ที่รองรับ
  2. เลือก Transport และ Security เช่น gNMI/gRPC หรือวิธีที่ Platform รองรับ
  3. กำหนด Subscription เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น Interface Counters
  4. ทดสอบความถี่การส่งและผลกระทบต่อ CPU, Memory, Bandwidth
  5. ส่งข้อมูลไปยัง Time-Series Database และ Dashboard

ไม่ควรนำคำสั่ง Telemetry จากอุปกรณ์คนละรุ่นมาใช้โดยตรง เนื่องจาก CLI และ Subscription Model แตกต่างกันมาก

8. ออกแบบ Dashboard และ Alerting ที่ใช้งานได้จริง

ตัวอย่าง Dashboard สำหรับ Network Operations Center

Panelข้อมูลการนำไปใช้
Network AvailabilityUp/Down ของอุปกรณ์ตาม Siteตรวจจับเหตุขัดข้อง
Critical UplinksUtilization, Errors, Discardsติดตามความเสี่ยง Congestion
Device HealthCPU, Memory, Temperatureตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์
Routing HealthOSPF/BGP Neighbors, Failover Eventsติดตามเสถียรภาพ Routing
Top Traffic SourcesNetFlow Top Talkersวิเคราะห์การใช้ Bandwidth
Security EventsFailed Login, Configuration Changesช่วย Incident Triage

ตัวอย่าง Alert Policy

  • Critical: Core Switch ไม่ตอบสนอง หรือ WAN Uplink หลักและสำรองล้มเหลว
  • High: Routing Neighbor Down หรือ Uplink มี Discards เพิ่มต่อเนื่อง
  • Warning: Utilization เกิน Baseline ต่อเนื่อง หรือ CPU สูงผิดปกติ
  • Information: Configuration Change ที่อยู่ใน Maintenance Window

ตัวอย่าง Threshold เริ่มต้นสำหรับ Lab

กำหนด Warning เมื่อ Interface Utilization เกิน 75% ต่อเนื่อง 10 นาที และ High เมื่อเกิน 90% ต่อเนื่อง 5 นาที แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ต้องปรับตาม Traffic Baseline, Burst Pattern, QoS และความสำคัญของบริการ ไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกระบบ

ลด Alert Fatigue

ควรใช้ Deduplication, Dependency Mapping, Maintenance Window Suppression และ Escalation Policy เพื่อป้องกันเหตุเดียวสร้าง Alarm จำนวนมาก เช่น Core Switch ล่มแล้ว Access Switch ทุกตัวไม่ตอบสนองพร้อมกัน

9. Hands-on Lab: ตรวจสอบสถานะ Cisco และสร้าง Monitoring Baseline

เป้าหมาย: ฝึกตรวจสอบสถานะอุปกรณ์แบบ Read-Only ก่อนเชื่อมต่อ Collector หรือเปลี่ยน Configuration

Step 1 — ตรวจสอบ Interface และ Error

show interfaces status
show interfaces counters errors
show interfaces GigabitEthernet1/0/24
show ip interface brief

คำสั่ง show interfaces status และ show interfaces counters errors อาจมีเฉพาะบางตระกูล Switch ให้เลือกคำสั่งที่รองรับตามรุ่น

Step 2 — ตรวจสอบทรัพยากรอุปกรณ์

show processes cpu sorted
show processes memory sorted
show version
show environment all

คำสั่งแสดง Environment และ Memory อาจแตกต่างตามรุ่น ควรตรวจสอบ Help ของ CLI ก่อนใช้

Step 3 — ตรวจสอบ Control Plane

show ip ospf neighbor
show standby brief
show spanning-tree summary
show etherchannel summary

ใช้เฉพาะคำสั่งที่สอดคล้องกับ Protocol ที่เปิดใช้งานในเครือข่ายนั้น

Step 4 — บันทึก Baseline

รายการค่าปกติที่วัดได้ข้อสังเกต
Uplink Utilizationบันทึกจากการวัดจริงแยกช่วง Peak / Off-Peak
Interface Errorsบันทึก Counter และอัตราเพิ่มเปรียบเทียบหลายช่วงเวลา
CPU / Memoryบันทึกค่าเฉลี่ยและ Peakเทียบกับภาระงาน
Routing Neighborsจำนวนและสถานะปกติระบุ Peer สำคัญ

Step 5 — ทดสอบการแจ้งเตือนใน Lab

ใช้ Interface ทดสอบที่ไม่เชื่อมต่อระบบ Production สร้างเหตุการณ์ Up/Down ภายใต้การอนุญาต จากนั้นตรวจสอบว่าระบบรับ Syslog, แสดง Alarm และบันทึกเวลาได้ถูกต้อง ห้าม Shutdown Uplink หรือ Interface ที่ให้บริการจริงเพื่อทดลอง Alarm

Step 6 — จัดทำ Incident Record

Incident ID: LAB-NET-001
Device: ACC-SW01
Event: Test interface link down
Detection Source: Syslog + SNMP Polling
Detected Time: [record actual time]
Impact: Lab only
Root Cause: Authorized test
Action: Restore test connection
Verification: Interface up / alarm cleared
Owner: Network Engineer

10. Troubleshooting เมื่อ Monitoring ไม่แสดงข้อมูล

Case 1 — SNMP Timeout

อาการ: Monitoring Server ไม่สามารถอ่าน Interface Counters ได้

  1. ตรวจสอบ IP Reachability และ Routing ระหว่าง Collector กับ Device
  2. ตรวจสอบ ACL, UDP/161 และ Firewall Policy
  3. ตรวจสอบ SNMPv3 Username, Security Level, Authentication และ Privacy
  4. ตรวจสอบ SNMP View ว่ามี OID ที่ต้องการหรือไม่
  5. ตรวจสอบ Log และ Counter ของอุปกรณ์

Case 2 — Syslog ไม่ถึง Server

ตรวจสอบ show logging, IP ปลายทาง, Source Interface, Routing, Firewall และการตั้งค่าของ Syslog Receiver รวมถึงการซิงก์เวลา

Case 3 — NetFlow Collector ไม่เห็น Traffic

ตรวจสอบว่า Flow Monitor ถูกผูกกับ Interface และ Direction ที่ถูกต้อง มี Traffic ผ่าน Interface นั้นจริง และ Collector รองรับ Export Format/Port ที่ตั้งค่าไว้

Case 4 — Alert จำนวนมากหลังอุปกรณ์หลักล่ม

ใช้ Topology Dependency และ Event Correlation เพื่อระบุ Root Cause ก่อนสร้าง Ticket แยกทุก Access Switch ที่ได้รับผลกระทบ

Case 5 — Dashboard แสดงค่า Utilization ผิดปกติ

ตรวจสอบ Interface Speed, Sampling Interval, Counter Reset, 32-bit/64-bit Counter และการคำนวณ Inbound/Outbound แยกจากกัน

11. Security และ Best Practices สำหรับ Production

  • ใช้ SNMPv3 authPriv เมื่อ Platform รองรับ และหลีกเลี่ยง SNMPv2c สำหรับระบบใหม่
  • จำกัด Management Access ด้วย ACL, Firewall และ Dedicated Management Network
  • เข้ารหัสการส่งข้อมูล เมื่อ Protocol และอุปกรณ์รองรับ โดยเฉพาะ Logs และ Telemetry
  • ป้องกัน Credential Leakage ด้วย Secret Manager และ Role-Based Access Control
  • จัดการ Log Retention ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและความจำเป็นขององค์กร
  • สำรอง Collector และ Storage เพื่อไม่ให้ Monitoring กลายเป็น Single Point of Failure
  • กำหนด Data Quality Checks เช่น ตรวจจับ Collector หยุดรับข้อมูลและอุปกรณ์ที่ข้อมูลขาดช่วง
  • บันทึก Change Log ทุกครั้งที่ปรับ Threshold, Polling Interval หรือ Export Configuration
  • ตรวจสอบ Capacity ของ Collector, Database, Disk และ Network ก่อนเพิ่มจำนวนอุปกรณ์

กระบวนการปฏิบัติงานประจำวัน

  1. Morning Health Check: ตรวจสอบ Critical Alarm, Device Availability และ WAN Status
  2. Incident Triage: ประเมิน Impact, Severity, Root Cause Hypothesis และ Owner
  3. Trend Review: วิเคราะห์ Utilization, Errors และ Resource Growth รายสัปดาห์
  4. Monthly Review: ตรวจสอบ Alert Quality, Capacity, Monitoring Coverage และการกู้คืนข้อมูล
  5. Continuous Improvement: ปรับ Runbook และ Threshold จาก Incident ที่เกิดขึ้นจริง

12. FAQ: คำถามที่พบบ่อย

SNMPv3 ใช้แทน Syslog ได้หรือไม่?

ไม่ควรใช้แทนกันทั้งหมด เพราะ SNMP เน้นการอ่านสถานะและ Counter ส่วน Syslog เน้นบันทึกเหตุการณ์ การใช้ร่วมกันช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้ครบกว่า

NetFlow ใช้ดูข้อมูลภายใน Packet ได้หรือไม่?

โดยทั่วไป NetFlow เป็น Flow Metadata ไม่ใช่ Full Packet Capture หากต้องวิเคราะห์ Payload หรือ TCP Sequence อย่างละเอียดควรใช้ Packet Capture ภายใต้สิทธิ์ที่เหมาะสม

ควรเลือก Zabbix, LibreNMS, Prometheus หรือ Grafana?

ขึ้นอยู่กับความต้องการ: Zabbix และ LibreNMS เหมาะกับ Network Monitoring หลายกรณี; Prometheus เหมาะกับการเก็บ Metrics ผ่าน Exporter; Grafana เป็นเครื่องมือ Dashboard ที่เชื่อมต่อ Data Source ได้หลายประเภท ต้องประเมินการรองรับ SNMP, Syslog, Flow, Alerting และค่าใช้จ่ายในการดูแลจริง

ควร Poll SNMP ทุกกี่นาที?

เริ่มต้นจากช่วงประมาณ 1–5 นาทีสำหรับหลาย Metrics ได้ แต่ต้องปรับตามจำนวนอุปกรณ์ ความละเอียดที่ต้องการ และภาระของ Collector/Network โดยไม่กำหนดค่าเดียวสำหรับทุกระบบ

Monitoring Server ล่ม จะกระทบ Network Traffic หรือไม่?

โดยทั่วไปการล่มของระบบ Monitoring ไม่ควรทำให้ Data Plane ของอุปกรณ์หยุดทำงาน แต่จะทำให้สูญเสีย Visibility และ Alert จึงต้องออกแบบระบบ Monitoring ให้แยกจากบริการหลักและมีการตรวจสอบสุขภาพของ Collector เอง

13. สรุป: จาก Network Monitoring สู่ Proactive Network Operations

ระบบ Network Monitoring ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่เพียง Dashboard ที่มีกราฟจำนวนมาก แต่ต้องช่วยให้ทีมงาน ตรวจพบเหตุเร็วขึ้น วิเคราะห์สาเหตุได้แม่นยำขึ้น และลดเวลาการกู้คืนบริการ โดยอาศัย SNMPv3, Syslog, NetFlow, Telemetry, Configuration Context และ Incident Runbook ทำงานร่วมกัน

สำหรับการเริ่มต้น ควรเก็บ Device Availability, Critical Interface Counters, Syslog และ Routing Health ให้ถูกต้องก่อน จากนั้นค่อยขยายไปยัง Flow Analysis, Telemetry และ Advanced Alert Correlation ตามความพร้อมของอุปกรณ์และทีมปฏิบัติงาน

บทความถัดไป: Cisco Network Capacity Planning & Performance Optimization — Bandwidth Forecasting, Interface Utilization, QoS, Baseline และ Upgrade Planning

Share this
Facebook Share X
TECHEREST COMMUNITY

Share your thoughts here

Join the conversation and share your perspective on this article.

Comments will load when you reach this section.