T Techerest

การตั้งค่า Godaddy Domain name ให้ใช้งานได้กับ Google Blogger

หากคุณสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกด้วย Google Blogger ปกติระบบจะให้ URL ในรูปแบบ yourblog.blogspot.com แต่หากต้องการให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น คุณสามารถซื้อ Domain Name จาก GoDaddy เช่น example.com แล้วนำมาเชื่อมต่อกับ Blogger ได้โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ Web Hosting เพิ่ม

บทความนี้จะแนะนำ วิธีตั้งค่า GoDaddy Domain Name ให้ใช้งานกับ Google Blogger ตั้งแต่การเพิ่ม Custom Domain ใน Blogger, การตั้งค่า DNS ที่ GoDaddy, การเพิ่ม CNAME Record และ A Record, การ Redirect จากโดเมนที่ไม่มี www รวมถึงการเปิดใช้งาน HTTPS/SSL และวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย


สารบัญ


ภาพรวมการเชื่อมต่อ GoDaddy Domain กับ Google Blogger

การเชื่อมต่อ Domain Name จาก GoDaddy กับ Blogger จะใช้ระบบ DNS (Domain Name System) เพื่อชี้ Domain Name ไปยัง Server ของ Google

ตัวอย่าง:

เดิม:
https://myblog.blogspot.com

หลังตั้งค่า Custom Domain:
https://www.example.com

โครงสร้างการทำงานจะเป็นประมาณนี้:

Visitor
   |
   v
www.example.com
   |
   v
GoDaddy DNS
   |
   v
CNAME
   |
   v
ghs.google.com
   |
   v
Google Blogger

ดังนั้น GoDaddy จะทำหน้าที่ดูแล Domain และ DNS ส่วนเว็บไซต์จริงยังคงทำงานอยู่บน Google Blogger

ข้อดีของการใช้ Custom Domain กับ Blogger

  • เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพมากกว่าโดเมน blogspot.com
  • สร้าง Brand ของเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
  • URL สั้นและจดจำง่าย
  • เหมาะสำหรับการทำ SEO ระยะยาว
  • สามารถเปลี่ยน Platform ในอนาคตโดยยังใช้ Domain เดิมได้
  • Blogger ยังคงเป็น Hosting ให้เว็บไซต์
  • สามารถใช้งาน HTTPS ได้

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มตั้งค่า

ก่อนเชื่อมต่อ GoDaddy Domain กับ Blogger ควรมีสิ่งต่อไปนี้:

  • บัญชี Google
  • เว็บไซต์ Google Blogger ที่สร้างไว้แล้ว
  • Domain Name ที่ซื้อจาก GoDaddy
  • สิทธิ์ในการแก้ไข DNS ของ Domain

ตัวอย่างในบทความนี้จะสมมติว่าเรามี:

Blogger:
myblog.blogspot.com

Domain:
example.com

Custom Domain ที่ต้องการ:
www.example.com

หมายเหตุ: ควรใช้ www.example.com เป็น Custom Domain หลักของ Blogger และตั้งค่าให้ example.com Redirect มายัง www.example.com


ขั้นตอนที่ 1 เพิ่ม Custom Domain ใน Google Blogger

เข้าสู่ระบบ Google Blogger จากนั้นเลือก Blog ที่ต้องการตั้งค่า

ไปที่:

Blogger
→ Settings
→ Publishing
→ Custom domain

กรอก Domain ที่ต้องการใช้งาน เช่น:

www.example.com

จากนั้นกด:

Save

ในการตั้งค่าครั้งแรก Blogger อาจแจ้งว่ายังไม่สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของ Domain ได้ พร้อมแสดงข้อมูล CNAME จำนวน 2 รายการ สำหรับนำไปเพิ่มใน DNS ของ GoDaddy


ขั้นตอนที่ 2 ดูค่า CNAME จาก Blogger

Blogger จะให้ CNAME โดยทั่วไป 2 ชุด

CNAME ชุดที่ 1: Blog CNAME

ค่าหลักสำหรับเชื่อม www เข้ากับ Blogger คือ:

Type: CNAME
Name: www
Destination: ghs.google.com

CNAME ชุดที่ 2: Security CNAME

CNAME ชุดที่สองใช้สำหรับยืนยันว่า Domain เป็นของคุณ โดย Blogger จะสร้างค่าเฉพาะสำหรับ Blog และ Google Account ของแต่ละคน

ตัวอย่าง:

Type: CNAME
Name: abc123xyz
Destination: gv-example.dv.googlehosted.com

สำคัญ: ค่าด้านบนเป็นเพียงตัวอย่าง ห้าม Copy Security CNAME จากบทความนี้ไปใช้ ต้องใช้ค่าที่ Blogger แสดงสำหรับ Domain ของคุณเท่านั้น

ดังนั้น CNAME ที่ต้องนำไปตั้งค่าจะมีลักษณะดังนี้:

Type Name / Host Value / Destination
CNAME www ghs.google.com
CNAME Security Code จาก Blogger Security Destination จาก Blogger

ขั้นตอนที่ 3 เข้า DNS Management ของ GoDaddy

เข้าสู่ระบบ GoDaddy แล้วไปยัง Domain Portfolio

เลือก Domain ที่ต้องการ เช่น:

example.com

จากนั้นเข้า:

Domain Portfolio
→ example.com
→ DNS

ในหน้า DNS คุณจะเห็น DNS Record หลายชนิด เช่น:

  • A
  • AAAA
  • CNAME
  • MX
  • TXT
  • NS

สำหรับ Blogger เราจะให้ความสำคัญกับ CNAME และ A Record

ข้อควรระวังก่อนแก้ DNS

หาก Domain มีการใช้งาน Email อยู่ อย่าลบ MX Record หรือ TXT Record ที่เกี่ยวข้องกับระบบ Email โดยไม่ทราบหน้าที่

เราจะปรับเฉพาะ DNS Record ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ เช่น www และ @


ขั้นตอนที่ 4 เพิ่ม CNAME Record ใน GoDaddy

เพิ่ม CNAME สำหรับ www

ในหน้า DNS ของ GoDaddy เลือก:

Add New Record

เลือก Type:

CNAME

จากนั้นกำหนด:

Type: CNAME
Name: www
Value: ghs.google.com
TTL: Default / 1 Hour

แล้วกด Save

หากมี www อยู่แล้วต้องทำอย่างไร?

หาก GoDaddy มี CNAME ชื่อ www อยู่แล้ว และชี้ไปที่ Hosting หรือบริการอื่น คุณจะไม่สามารถสร้าง www ซ้ำได้

ให้แก้ไข Record เดิมเป็น:

www → ghs.google.com

หรือหากเป็น Record ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สามารถลบก่อนเพิ่ม CNAME ใหม่ได้

เพิ่ม Security CNAME

จากนั้นเพิ่ม CNAME ชุดที่สองตามค่าที่ Blogger ให้มา

ตัวอย่าง:

Type: CNAME
Name: abc123xyz
Value: gv-example.dv.googlehosted.com
TTL: Default / 1 Hour

อีกครั้ง ค่าจริงของคุณจะไม่เหมือนตัวอย่างนี้ ให้ Copy จากข้อความที่ Blogger แสดงโดยตรง


ขั้นตอนที่ 5 เพิ่ม A Record สำหรับ Root Domain

ขั้นตอนนี้ใช้สำหรับทำให้ผู้ที่พิมพ์:

example.com

สามารถถูก Redirect ไปยัง:

www.example.com

ตามเอกสารของ Google Blogger ให้เพิ่ม A Record สำหรับ Root Domain ไปยัง Google IP จำนวน 4 ค่า

216.239.32.21
216.239.34.21
216.239.36.21
216.239.38.21

ใน GoDaddy ให้สร้าง A Record ดังนี้:

Type Name Value
A @ 216.239.32.21
A @ 216.239.34.21
A @ 216.239.36.21
A @ 216.239.38.21

ค่าที่กรอกจะมีรูปแบบ:

Type: A
Name: @
Value: 216.239.32.21

Type: A
Name: @
Value: 216.239.34.21

Type: A
Name: @
Value: 216.239.36.21

Type: A
Name: @
Value: 216.239.38.21

หากมี A Record @ เดิมอยู่แล้ว

หาก Root Domain มี A Record ที่ชี้ไปยัง Hosting เดิม ควรตรวจสอบก่อนว่า Record ดังกล่าวยังจำเป็นหรือไม่

หากต้องการให้ Root Domain ใช้งาน Blogger โดยสมบูรณ์ A Record ของ Root Domain ควรชี้ไปยัง Google ตามค่าที่ Blogger กำหนด

อย่าลบ DNS Record ประเภท MX หรือ TXT ของระบบ Email เพียงเพราะกำลังเปลี่ยนเว็บไซต์ เพราะอาจทำให้ Email ของ Domain หยุดทำงาน


ขั้นตอนที่ 6 กลับไปบันทึก Custom Domain ใน Blogger

หลังจากเพิ่ม DNS Record ครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Domain ใหม่อีกชื่อหนึ่ง ให้กลับไปที่:

Blogger
→ Settings
→ Publishing
→ Custom domain

กรอก:

www.example.com

แล้วกด:

Save

หาก DNS Update แล้ว Blogger จะสามารถตรวจสอบ Domain ได้และบันทึก Custom Domain สำเร็จ

DNS อาจไม่ได้เปลี่ยนทั่ว Internet ทันที Google แนะนำให้รออย่างน้อยประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังแก้ DNS และในบางกรณี DNS Propagation อาจใช้เวลานานกว่านั้น


ตั้งค่า Redirect จาก domain.com ไป www.domain.com

หลังจาก Blogger ยอมรับ Custom Domain แล้ว ควรเปิดการ Redirect เพื่อให้ทั้งสอง URL ใช้งานได้

ตัวอย่าง:

https://example.com
        |
        v
https://www.example.com

ไปที่:

Blogger
→ Settings
→ Publishing

เปิด:

Redirect domain

Blogger อาจแสดงข้อความลักษณะ:

Redirect example.com to www.example.com

ให้เปิดเป็น:

ON

ทำไมควรเปิด Redirect Domain?

  • ผู้ใช้เข้าเว็บไซต์ได้ทั้งแบบมี www และไม่มี www
  • ลดปัญหา URL ซ้ำ
  • ทำให้ URL หลักของเว็บไซต์มีรูปแบบเดียวกัน
  • ลดความสับสนสำหรับ Search Engine

เปิดใช้งาน HTTPS และ SSL สำหรับ Blogger

หลัง Custom Domain เริ่มทำงานแล้ว ควรตรวจสอบการตั้งค่า HTTPS เพื่อให้เว็บไซต์เปิดด้วย:

https://www.example.com

แทน:

http://www.example.com

ไปที่:

Blogger
→ Settings
→ HTTPS

ตรวจสอบ:

HTTPS Availability: ON
HTTPS Redirect: ON

เมื่อเปิด HTTPS Redirect ผู้ที่เข้าเว็บไซต์ผ่าน HTTP จะถูกส่งไป HTTPS โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่าง:

http://www.example.com
        |
        v
https://www.example.com

HTTPS มีประโยชน์อย่างไร?

  • เข้ารหัสข้อมูลระหว่าง Browser และเว็บไซต์
  • ลดคำเตือน Not Secure ใน Browser
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์
  • เหมาะสำหรับ SEO และมาตรฐานเว็บไซต์สมัยใหม่

กรณี Domain มี CAA Record

หากคุณกำหนด CAA Record ไว้ใน DNS ต้องตรวจสอบว่าอนุญาต Let's Encrypt ด้วย เนื่องจาก Blogger ระบุว่า CAA ที่ไม่อนุญาต Let's Encrypt อาจทำให้ระบบไม่สามารถสร้างหรือต่ออายุ SSL Certificate ได้


วิธีตรวจสอบว่า DNS ทำงานแล้วหรือยัง

ตรวจสอบด้วย nslookup บน Windows

เปิด Command Prompt แล้วใช้:

nslookup www.example.com

สำหรับตรวจสอบ Root Domain:

nslookup example.com

ตรวจสอบ CNAME

บน Windows สามารถใช้:

nslookup -type=CNAME www.example.com

หากตั้งค่าถูกต้องควรพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Google/Blogger

ตรวจสอบ DNS ด้วย Google Public DNS

nslookup www.example.com 8.8.8.8

วิธีนี้ช่วยตรวจสอบว่าการเปลี่ยน DNS เริ่มถูกมองเห็นจาก Public DNS แล้วหรือไม่


ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อเชื่อม GoDaddy Domain กับ Blogger

1. Blogger ขึ้นข้อความว่า We have not been able to verify your authority to this domain

สาเหตุที่พบบ่อย:

  • ยังไม่ได้เพิ่ม Security CNAME
  • ใส่ Security CNAME ผิด
  • DNS ยังไม่ Propagate
  • ใส่ Name หรือ Value ผิดช่อง

ตรวจสอบให้มี:

CNAME 1:
www → ghs.google.com

CNAME 2:
Security Name → Security Destination

2. www.example.com เข้าได้ แต่ example.com เข้าไม่ได้

ตรวจสอบว่าได้เพิ่ม A Record ของ Google ครบทั้ง 4 ค่า

216.239.32.21
216.239.34.21
216.239.36.21
216.239.38.21

จากนั้นเปิด:

Blogger
→ Settings
→ Publishing
→ Redirect domain

3. GoDaddy ไม่ให้สร้าง CNAME www

อาจมี DNS Record ชื่อ www อยู่แล้ว

ค้นหา:

Type: CNAME
Name: www

หรือ Record ประเภทอื่นที่ใช้ Host www อยู่

หากเป็นค่าของ Hosting เดิมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้แก้ไขหรือลบ Record ที่ Conflict ก่อน

4. ตั้งค่าเรียบร้อยแต่เว็บไซต์ยังเข้าไม่ได้

DNS ต้องใช้เวลาในการอัปเดต

ควรรอแล้วตรวจสอบอีกครั้ง โดยสามารถใช้:

nslookup www.example.com

การเปลี่ยนแปลง DNS บางครั้งอาจใช้เวลาถึงประมาณ 24-48 ชั่วโมงจึงจะเห็นผลครบทุกเครือข่าย

5. HTTPS ยังไม่พร้อม

ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:

  • Custom Domain ต้องเชื่อมต่อสำเร็จก่อน
  • CNAME ต้องถูกต้อง
  • A Record ต้องถูกต้องหากใช้งาน Root Domain
  • รอ DNS Propagation
  • ตรวจสอบ HTTPS Availability
  • ตรวจสอบ HTTPS Redirect
  • ตรวจสอบ CAA Record หากมีการตั้งค่าไว้

6. แก้ DNS ใน GoDaddy แล้วไม่มีผล

ตรวจสอบว่า Domain ใช้ GoDaddy Nameserver อยู่จริงหรือไม่

หาก Domain ใช้ Nameserver ของผู้ให้บริการรายอื่น เช่น Cloudflare การแก้ DNS ต้องทำที่ผู้ให้บริการ DNS ที่เป็น Authoritative Nameserver ไม่ใช่ใน GoDaddy

7. Email Domain ใช้งานไม่ได้หลังเปลี่ยน DNS

มักเกิดจากการลบ MX หรือ TXT Record ที่เกี่ยวข้องกับ Email

การเชื่อม Blogger โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องลบ:

  • MX Record ของ Email
  • SPF
  • DKIM
  • DMARC

ควรแก้เฉพาะ Record ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ เว้นแต่มีเหตุผลเฉพาะในการเปลี่ยนค่าอื่น


ตัวอย่าง DNS Record ที่สมบูรณ์

ตัวอย่าง Domain:

example.com

DNS สำหรับ Blogger อาจมีลักษณะดังนี้:

TYPE     NAME          VALUE
------------------------------------------------------
CNAME    www           ghs.google.com
CNAME    abc123xyz     gv-example.dv.googlehosted.com

A        @             216.239.32.21
A        @             216.239.34.21
A        @             216.239.36.21
A        @             216.239.38.21

โดย abc123xyz และ gv-example.dv.googlehosted.com ต้องเปลี่ยนเป็นค่าจริงที่ Blogger ให้กับคุณ


สรุปลำดับการตั้งค่า GoDaddy Domain กับ Blogger

หากต้องการจำแบบสั้น สามารถทำตามลำดับนี้:

1. ซื้อ Domain จาก GoDaddy

2. Blogger
   Settings
   → Publishing
   → Custom Domain

3. ใส่
   www.example.com

4. Copy CNAME จาก Blogger

5. GoDaddy
   Domain
   → DNS

6. เพิ่ม CNAME
   www → ghs.google.com

7. เพิ่ม Security CNAME
   ตามค่าที่ Blogger ให้

8. เพิ่ม A Records
   @ → 216.239.32.21
   @ → 216.239.34.21
   @ → 216.239.36.21
   @ → 216.239.38.21

9. รอ DNS Update

10. กลับไป Blogger
    → Save Custom Domain

11. เปิด Redirect Domain

12. เปิด HTTPS Redirect

การตั้งค่า SEO หลังเปลี่ยนจาก Blogspot เป็น Custom Domain

หลังจากเชื่อม Custom Domain สำเร็จแล้ว ควรตรวจสอบการตั้งค่า SEO เพิ่มเติม เพื่อให้ Google สามารถเก็บข้อมูล Domain ใหม่ได้อย่างถูกต้อง

1. ตรวจสอบ Google Search Console

ควรเพิ่ม Domain ใหม่ เช่น:

example.com

เข้า Google Search Console เพื่อ:

  • ตรวจสอบการ Index
  • ดู Search Performance
  • ตรวจสอบปัญหา URL
  • Submit Sitemap

2. ส่ง Sitemap

สำหรับ Blogger สามารถใช้ Sitemap เช่น:

sitemap.xml

ตัวอย่าง:

https://www.example.com/sitemap.xml

3. ตรวจสอบ HTTPS

URL หลักควรเป็น:

https://www.example.com/

ไม่ควรมี URL หลายรูปแบบที่เปิดเป็นเว็บไซต์แยกกัน เช่น:

http://example.com
http://www.example.com
https://example.com
https://www.example.com

ควรกำหนด Redirect ให้ URL เหล่านี้ไปยัง URL หลักในรูปแบบเดียวกัน

4. ตรวจสอบ Internal Links

หากบทความเก่ามีการใส่ URL แบบเต็มที่อ้างอิง blogspot.com ควรตรวจสอบว่า Redirect ทำงานถูกต้อง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

GoDaddy Domain ใช้กับ Google Blogger ได้หรือไม่?

ได้ สามารถนำ Domain ที่จดทะเบียนกับ GoDaddy มาเชื่อมกับ Blogger ผ่านการตั้งค่า DNS โดยไม่จำเป็นต้องย้าย Domain ออกจาก GoDaddy

ต้องซื้อ Hosting จาก GoDaddy หรือไม่?

ไม่จำเป็น หากเว็บไซต์ใช้ Google Blogger อยู่แล้ว Blogger จะเป็น Platform และ Hosting สำหรับเว็บไซต์ ส่วน GoDaddy ใช้สำหรับ Domain และ DNS

CNAME ของ Blogger คืออะไร?

CNAME หลักสำหรับ Custom Domain ของ Blogger คือ:

www → ghs.google.com

นอกจากนี้ Blogger อาจให้ Security CNAME อีกหนึ่งรายการ สำหรับยืนยันความเป็นเจ้าของ Domain

Security CNAME ใช้ค่าของคนอื่นได้หรือไม่?

ไม่ได้ Security CNAME ถูกสร้างเฉพาะสำหรับ Blog และ Google Account ของแต่ละผู้ใช้ ต้องใช้ค่าที่ Blogger แสดงให้คุณเท่านั้น

ทำไมต้องมี A Record 4 ค่า?

A Record เหล่านี้ใช้สำหรับ Root หรือ Naked Domain เพื่อรองรับการเข้าผ่าน URL แบบ:

example.com

แล้ว Redirect ไป:

www.example.com

DNS เปลี่ยนแล้วต้องรอนานเท่าไร?

Google แนะนำให้รออย่างน้อยประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังตั้งค่า DNS แต่การกระจายค่า DNS ไปยังระบบต่าง ๆ ทั่วโลกอาจใช้เวลานานกว่านั้น และบางกรณีอาจใช้เวลาถึงประมาณ 24-48 ชั่วโมง

Custom Domain ของ Blogger รองรับ HTTPS หรือไม่?

รองรับ หลังเชื่อม Domain สำเร็จสามารถเปิด HTTPS และ HTTPS Redirect จากหน้า Settings ของ Blogger

ใช้ blog.example.com แทน www.example.com ได้หรือไม่?

ได้ Blogger รองรับการใช้ Subdomain เช่น:

blog.example.com

โดย CNAME จะเปลี่ยนจาก:

www → ghs.google.com

เป็น:

blog → ghs.google.com

พร้อม Security CNAME สำหรับการยืนยัน Domain ตามที่ Blogger กำหนด

ถ้าใช้ Cloudflare ต้องตั้ง DNS ที่ GoDaddy หรือ Cloudflare?

หาก Nameserver ของ Domain ชี้ไปที่ Cloudflare ต้องแก้ DNS ที่ Cloudflare เพราะ Cloudflare เป็นผู้ดูแล DNS ในขณะนั้น แม้ Domain จะซื้อจาก GoDaddy ก็ตาม


สรุป

การตั้งค่า GoDaddy Domain Name ให้ใช้งานกับ Google Blogger ไม่ได้ซับซ้อนหากเข้าใจว่า Blogger ต้องการ DNS Record หลัก 2 ส่วน ได้แก่ CNAME สำหรับเชื่อม Subdomain เข้ากับ Blogger และ A Record สำหรับรองรับ Root Domain

ค่าหลักที่ควรจำคือ:

CNAME:
www → ghs.google.com

A Records:
@ → 216.239.32.21
@ → 216.239.34.21
@ → 216.239.36.21
@ → 216.239.38.21

นอกจากนี้ต้องเพิ่ม Security CNAME ที่ Blogger สร้างให้เฉพาะกับ Domain ของคุณ จากนั้นเปิด Redirect Domain และ HTTPS Redirect เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานทั้งแบบมี www, ไม่มี www และผ่าน HTTPS อย่างถูกต้อง

เมื่อดำเนินการครบแล้ว เว็บไซต์ Blogger เดิม เช่น myblog.blogspot.com ก็สามารถใช้งานผ่าน Domain ของคุณเอง เช่น https://www.example.com ได้อย่างสมบูรณ์


แหล่งข้อมูลอ้างอิง


Meta Description

วิธีตั้งค่า GoDaddy Domain Name ให้ใช้งานกับ Google Blogger แบบละเอียด ตั้งค่า CNAME, A Record, Custom Domain, Redirect Domain และ HTTPS พร้อมวิธีแก้ปัญหาโดเมนเข้าไม่ได้

Suggested Labels

Google Blogger, Blogger Tutorial, GoDaddy, Domain Name, Custom Domain, DNS, CNAME, A Record, HTTPS, SSL, Blogger SEO, Website Tutorial